[Quest] Death Rising - Vampire & Werewolf Part

posted on 22 Aug 2013 21:43 by delilahlife in Quest
 

 

 

 

 

 

 

ณ ห้องสมุดขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเอลเลมานด์  รอสลินด์  เฟย์  เอลเลมานด์นอนเหยียดกายอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเลือดนกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เสียเท่าไหร่นัก  เมื่อทาสสนิทของเขาเพิ่งมารายงานถึงเหตุการณ์โกลาหลที่เกิดขึ้น ณ คุกใต้ดินในคาเอล  เฟย์แยกเขี้ยวคำรามอย่างรู้สึกเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายที่กำลังจะนำพาความเดือดร้อนมาให้เขา

 

 

นัยน์ตาสีแดงก่ำเป็นประกายเมื่อสัมผัสได้ถึงความกระวนกระวายจากร่างหนึ่งซึ่งกำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้  ทว่าร่างกายอันหนักอึ้งของเจ้าตัวกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงนิด  แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ จะดังใกล้เข้ามาทุกที

 

 

เปลือกตาค่อยๆ แนบปิดสนิท  ในขณะที่บานประตูห้องกลับถูกกระชากให้เปิดออกด้วยสองมืออันทรงพลังของลูเธอร์  หมาป่าสาวผู้เป็นแขกรับเชิญในค่ำคืนนี้

 

 

“เรียกข้ามามีไร”  เอ่ยถามร่างสูงบนโซฟาด้วยน้ำเสียงเคืองขุ่น  ไม่ใช่เพราะจำใจต้องมา  แต่เป็นเพราะปัญหาที่แวมไพร์คู่อริก่อไว้ต่างหาก 

 

 

“รีบลุกขึ้นมาคุยเร็ว”

 

 

“นั่งก่อนก็ได้  ใจร้อนจริงแม่คุณ”  เฟย์เอ่ยบอกน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งทั้งที่เปลือกตายังคงปิดสนิท  สร้างความหงุดหงิดให้กับลูเธอร์ที่อุตส่าห์ควบสี่ขามาด้วยใจที่ร้อนรน  แต่กลับต้องมาเจอท่าทีไม่กระตือรือร้นเช่นนี้

 

 

ลูเธอร์ขมวดคิ้วหมุ่นขณะจับจ้องแวมไพร์สาวที่กำลังเปิดปากหาวอย่างเกียจคร้านเต็มที  นี่กำลังจงใจกวนประสาทเธออีกแล้วใช่หรือไม่  น้ำเสียงเคร่งเครียดที่เรียกให้เธอมาหาถึงที่นี่นั้นสร้างภาพหรืออย่างไร

 

 

นังเฟย์...

 

 

“ถ้าไม่พูดธุระของเจ้าเสียที  ข้าจะกลับเดี๋ยวนี้”

 

 

“ช้าก่อน”

 

 

ลูเธอร์ชะงักเท้าที่ห่างจากประตูแค่เพียงไม่กี่ก้าว  หันกลับไปสบตาแวมไพร์สาวที่รั้งเธอเอาไว้ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบผิดวิสัย  ทำให้ลูเธอร์นึกประหลาดใจ  ก่อนจะเดินกลับมานั่งลง ณ เก้าอี้

 

 

“เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่คาเอล”  เฟย์เข้าประเด็น  “ข้าอยากให้พวกเราร่วมมือกัน  ส่วนต้นตอของปัญหาอย่าได้ถาม  เพราะข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

 

“ไม่รู้ได้อย่างไร  พื้นที่ของตัวเองแท้ๆ  ทำไมถึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

 

“เพราะข้าไม่เคยไปเหยียบที่นั่นมาเป็นชาติแล้ว  ลืมไปแล้วว่าเข้าทางไหน”

 

 

“อย่ามากวนประสาท...”

 

 

“ข้าพูดจริง”  เฟย์เหยียดขายาวๆ จนตึงเพื่อคลายความเมื่อยล้า  ก่อนจะหยัดกายขึ้นนั่งด้วยท่าทีเนือยๆ เช่นเดิม

 

“ที่คาเอลจะมีแวมไพร์คลาส 3 คอยตรวจตราความเรียบร้อยอยู่แล้ว  ก็เลยไม่มีความจำเป็นที่ข้าจะต้องเฉียดเข้าไปใกล้ที่นั่น  แต่พอเกิดเรื่องขึ้น  ข้าก็สั่งการให้เบลลงไปสังเกตการณ์ซึ่งก็พบว่าพวกของเราถูกกัดกินจนแทบไม่เหลือซาก”

 

 

“ห๊ะ!  นี่ขนาดพวกพ้องตายไปเจ้ายังมานอนเอือยเฉือยอยู่แบบนี้ได้อีกหรือเนี่ย!  เจ้านี่มัน...”

 

 

“ทำไมล่ะ  ก็พวกนั้นมันทำงานพลาด  ก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือ”  เฟย์แสยะยิ้ม  ยิ่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกขยะแขยะในความเลือดเย็นนั่น  “มันก็ทำให้ข้าต้องสูญเสียคลังเลือดชั้นเลิศไปด้วย  นั่นยิ่งสมควรตาย”

 

 

“หึ!  ข้าล่ะสมเพชเจ้าชะมัด”  ลูเธอร์เค้นเสียงลอดไรฟัน  อดครุ่นคิดไม่ได้ว่าเป็นเวรกรรมอะไรถึงต้องมารู้จักแวมไพร์เห็นแก่ตัวพรรค์นี้ด้วย  “เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรก็รีบๆ ว่ามาแล้วกัน  ข้าอยากออกไปจากที่นี่เต็มทนแล้ว”

 

 

“ก็ไม่มีอะไรมาก  กำจัดพวกที่หลุดออกจากคุกให้หมด  ไม่ให้เหลือซาก  ก็จบ”

 

 

“ดี!”  ลูเธอร์พ่นลมออกจมูกด้วยความฉุนเฉียว  ผุดลุกขึ้นยืนอย่างรุนแรงจนเกาอี้หงายล้มไปด้านหลัง  เธอรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีที่ไม่ยี่หระของแวมไพร์คู่อริที่เพียงแค่ปรายสายตามองเธอด้วยหางตาเท่านั้น  นี่เรียกมาสั่งๆ แล้วก็จบอย่างนั้นรึ  มาขอให้ร่วมมือด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้เยี่ยงนี้น่ะเรอะ  ทั้งที่ต้นตอของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดมันคือใครมิทราบ!

 

 

ลูเธอร์ชะงักเท้าที่ก้าวมาจนเกือบถึงประตู  เธอรู้สึกเหมือนยังมีบางสิ่งตามรบกวนจิตใจอยู่  บางสิ่งที่นอกเหนือจากโทสะ...

 

 

ลูเธอร์ขมวดคิ้วมุ่นขณะพยายามครุ่นคิดถึงสิ่งที่ยังติดค้างภายในใจ  ค่อยๆ หันกลับไปมองร่างขาวซีดที่ยังทำตัวแห้งติดกับโซฟาเหมือนเดิม

 

 

ใช่แล้ว...

 

 

“หลังจากนี้เจ้าจะทำไรต่อ”  ลูเธอร์ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ  ชักรู้สึกไม่ไว้ใจว่าไอ้ตัวที่ดูใจเย็นจนผิดปกตินี่จะเริ่มขยับตัวออกจากรังเมื่อไหร่  ยิ่งเธอไม่มีพลังคอยติดตามมันด้วย  ก็ทำให้ไม่สามารถล่วงรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ ของมันได้เลย  แม้ดูเหมือนเธอจะกำลังให้ความสำคัญผิดประเด็นก็เถอะ

 

 

กระทั่งคำตอบที่ได้รับกลับเป็นความเงียบ  ซึ่งทำให้เส้นความอดทนของลูเธอร์ต้องขาดผึง!

 

 

ร่างหนักๆ กระแทกเท้าตรงไปยังร่างที่เบิกตาโพล่งมองเธอ  หากแต่ไม่ทันที่เฟย์จะทันได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น  เนคไทของเขาก็ถูกกระชากอย่างแรงจนร่างบางๆ ไถลตกจากโซฟา!

 

 

“เฮ้ย!!!  ล ลูเธอร์  ทำบ้าอะไรเนี่ย!!!”  เฟย์โวยวายขณะที่ร่างกายถูกเรี่ยวแรงอันมหาศาลลากไถไปกับพื้นพรม  สองมือพยายามคว้าจับสิ่งของที่พอจะเกาะยึดได้หากแต่ขาโต๊ะเพรียวผอมมีหรือจะต้านทานไหว  ทำได้แค่รวบเส้นเนคไทไว้ไม่ให้มันรั้งคอเขามากจนอึดอัดเกินไป  เมื่อพ้นประตูคฤหาสน์ลูเธอร์จึงปล่อยเฟย์ให้เป็นอิสระ